คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน

กำไรสุทธิ

บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 36.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145.92 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 133.61 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีขาดทุนสุทธิรวม 109.21 ล้านบาท ด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้

รายได้จากการขายและบริหาร

ผลการดำเนินงาน สำหรับปี 2559 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,619.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 448.39 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20.65 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีรายได้รวมจำนวน 2,171.45 ล้านบาท เนื่องจากการจำหน่ายเหล็กเพิ่มขึ้น 260.23 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.53 จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนบริษัทย่อยได้รับรู้รายได้จำนวน 1,148.26 ล้านบาท บริษัทย่อยมีรายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากในปี 2559 บริษัทย่อยได้มีการขยายกำลังการผลิต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ได้มีโครงการที่สามารถจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับหน่วยงานของรัฐได้จำนวน 9 โครงการ เป็นโครงการในต่างประเทศ 8 โครงการ และในประเทศ 1 โครงการ โดยมีขนาดกำลังการผลิตรวม 13.04 เมกะวัตต์ และรายได้จากการพัฒนาโครงการจำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 28.15 เมกะวัตต์ และรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ในการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ต้นทุนขายและบริการ

สำหรับปี 2559 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายและต้นทุนบริการสำหรับปี 2559 จำนวน 2,245.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218.91 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.80 เมื่อเทียบกับปีก่อน สัมพันธ์กับปริมาณการจำหน่ายเหล็กที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องการใช้เหล็กแท่งเพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทย่อยรับรู้ต้นทุนขายและบริการ จำนวน 839.85 ล้านบาท โดยต้นทุนขายและบริการ ประกอบด้วยต้นทุนหลัก คือ ค่าเสื่อมราคาและต้นทุนการพัฒนาโครงการและการก่อสร้างโครงการเพื่อจำหน่ายซึ่งสัมพันธ์กับรายได้จากการขายไฟฟ้าและรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น

กำไรขั้นต้น

กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัท สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เท่ากับ 374.00 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14.27 % ของรายได้ โดยเพิ่มขึ้น 114.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ค่าใช้จ่ายในการขาย

กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขาย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 30.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.42 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย

ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 266.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.81 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทย่อยมีการจ้างบุคคลากรเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในส่วนงานโครงการไฟฟ้าพลังงานทดแทน

ต้นทุนทางการเงิน

ต้นทุนทางการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 113.13 ล้านบาท ลดลงจำนวน 36.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 24.34 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยเงินกู้ยืมของกลุ่มบริษัทลดลงจากปีก่อน

การวิเคราะห์ฐานะการเงิน

สินทรัพย์รวม

กลุ่มบริษัท มีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 เท่ากับ 13,232.35 ล้านบาท และ 8,092.36 ล้านบาท ตามลำดับ โดยสินทรัพย์ของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 โดยหลักประกอบด้วย ลูกหนี้การค้า 1,426.33 ล้านบาท ต้นทุนโครงการระหว่างพัฒนา 1,086.59 ล้านบาท เงินฝากธนาคารที่ ติดภาระคํ้าประกัน 2,906.20 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืม และ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 5,187.10 ล้านบาท โดยหลักเพิ่มจากการขยายตัวของธุรกิจโครงการไฟฟ้าพลังงานทดแทน

หนี้สินรวม

กลุ่มบริษัท มีหนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 เท่ากับ 11,880.22 ล้านบาท และ 6,780.03 ล้านบาท ตามลำดับ โดยหนี้สินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 โดยหลักประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 5,593.79 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 5, 801.50 ล้านบาท ซึ่งบริษัทนำไปใช้เพื่อลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังงานทดแทน

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม

กลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 เท่ากับ 1,352.13 ล้านบาท และ 1,312.33 ล้านบาท ตามลำดับ โดยส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทได้มีการตั้งสำรองตามกฎหมายจำนวน 5% ของกำไรสุทธิ ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีในปี 2559

ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี

บริษัทจ่ายค่าสอบบัญชีให้แก่บริษัท เอเอสที มาสเตอร์ จำกัด ที่ผู้สอบบัญชีของบริษัทสังกัดในรอบปีบัญชี 2559 เป็นจำนวน 1.12 ล้านบาท

ค่าบริการอื่นๆ

บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีการใช้บริการอื่นจากผู้สอบบัญชี