ข่าว

CHOW โชว์ฝีมือบุก Solar Farm ในญี่ปุ่น คุยโครงการแรกแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟไตรมาส4 นี้

Back 21 ตุลาคม 2557

CHOW เผยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเฟสแรก 18 เมกะวัตต์คืบ ก่อสร้าง แล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟ Q4 ปีนี้แล้ว 1 โครงการขนาด 4.019 เมกะวัตต์ ที่เหลือ 14 เมกะวัตต์มั่นใจเสร็จพร้อมรับรู้รายได้ในปีนี้ "อนาวิล จิรธรรมศิริ" CEO ลั่นพร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจเต็มกำลัง หลังปักฐานตั้งสำนักงานในญี่ปุ่นดูแลธุรกิจเต็มตัวแล้ว

นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billet) รายใหญ่ของประเทศที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งลงทุนผ่านบริษัทย่อย มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 18 เมกะวัตต์ว่า ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2557 บริษัทฯ ได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จ 100% แล้วจำนวน 1 โครงการ ขนาดกำลังผลิต 4.019 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดเกียวโต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพของอุปกรณ์และระบบต่างๆ ของโรงไฟฟ้าอยู่ในระดับมาตรฐานสากล และมีความพร้อมทางด้านประสิทธิภาพการผลิต เหลือเพียงขั้นตอนการเชื่อมสาย เพื่อจำหน่ายไฟให้กับรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนโครงการที่เหลืออีกประมาณ 14 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง และจะจำหน่ายไฟฟ้าได้ในปี 2557 นี้ตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นขนาด 18 เมกะวัตต์ บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทย่อย และได้ว่าจ้างให้บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเช่นเดียวกันเป็นผู้พัฒนาโครงการอย่างครบวงจรทั้งการจัดหาที่ดิน ใบอนุญาตต่างๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายไฟฟ้า แผงพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ และการก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการนี้ มีใบอนุญาตขายไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่การไฟฟ้าฯ ของประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ที่ราคา 40 เยนต่อหน่วย เป็นเวลา 20 ปี

นายอนาวิลกล่าวอีกว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานทดแทนในตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มตัวหลังจากพบว่ายังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจากโครงการพลังงานทดแทนอีกมากกว่า 29,000 เมกะวัตต์ และบริษัทฯ มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี โดยขณะนี้ได้ก่อตั้งสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วเพื่อให้การขยายธุรกิจเป็นไปอย่างคล่องตัว ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศญี่ปุ่นใน 3 รูปแบบ คือลงทุนด้วยตัวเองผ่านบริษัทย่อย ซึ่งเริ่มเฟสแรกที่ขนาด 18 เมกะวัตต์ดังกล่าว ส่วนรูปแบบที่สองเป็นการพัฒนาโครงการเพื่อขายให้กับพันธมิตร ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาโครงการแรกขนาด 23 เมกะวัตต์ ให้กับบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO ผ่านบริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด (PSCL) และรูปแบบที่สามเป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตร ซึ่งล่าสุดได้ลงนามจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระยะแรก 2 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 33 เมกะวัตต์ ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องพร้อมกันทั้ง 3 รูปแบบ ซึ่งจะเห็นความคืบหน้าในไม่ช้านี้

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวอีกว่า การมุ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทพลังงานแสงอาทิตย์ ก็เพื่อสานต่อปณิธานของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ที่ก่อให้เกิดรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งสนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในอนาคต ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของธุรกิจและเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจนี้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2557 เป็นต้นไป