สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น




ดร.ปรัชญา เปี่ยมสมบูรณ์
ประธานกรรมการ

ปี 2561 ถือเป็นปีที่ บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) ต้องเผชิญกับความท้าทายทางธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billets) และจากการปรับค่าเงินในประเทศตุรกีส่งผลให้ประเทศตุรกีได้เปรียบในการส่งออกสินค้าเหล็กสู่ตลาดโลก และเป็นเหตุให้ราคาเหล็กโลกมีการอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2561 อย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ จะเร่งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ขยายตลาดทั้งในประเทศ และตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และผลการดำเนินงานให้เติบโตขึ้นตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ แต่ยังไม่สามารถต้านทานผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมดังกล่าวได้ โดยเฉพาะความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก จึงนำไปสู่การปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งใหม่ในช่วงปลายปี เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับบริษัทฯ และไม่ต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบเช่นในอดีต ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นมิติใหม่ที่จะสร้างผลประกอบการในธุรกิจเหล็กให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต

โดยในปี 2561 ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กมีรายได้เติบโตมากขึ้นมาก จากการเติบโตของตลาดในประเทศ และการเปิดตลาดส่งออกสู่ต่างประเทศ มาจากการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ TATA INTERNATIONAL METALS (ASIA) LIMITED สะท้อนความสำเร็จของแผนการขยายธุรกิจที่ทางฝ่ายบริหารได้กำหนดแผนงานไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลก ได้ส่งผลให้ต้นทุนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับในช่วงเดียวกันมีการปรับปรุงเครื่องจักรการผลิตที่ไม่ได้เปิดสายการผลิตตลอดเวลา 3 ปี เพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มหลังการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ จึงทำให้ผลประกอบการในธุรกิจเหล็กออกมาไม่ดีนัก และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในช่วงปลายปีทางฝ่ายบริหารได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยหันมาให้ความสำคัญกับการรับจ้างผลิตเหล็กแท่งยาวให้กับลูกค้ารายใหญ่ เนื่องจากโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีว่าผลิตสินค้าที่มีคุณภาพในระดับสากล ซึ่งนอกจากจะมีรายได้ กำไรที่แน่นอนแล้ว ยังไม่ต้องรับความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคาวัตถุดิบอีกด้วย ซึ่งสะท้อนถึงการมุ่งแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที เพื่อให้ธุรกิจเหล็กกลับมาเติบโตตามเป้าหมายได้อีกครั้ง

ในขณะที่การขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานทดแทนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจพลังงานทดแทนในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและดำเนินธุรกิจได้ครบวงจรตามแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยในปี 2561 ธุรกิจพลังงานทดแทนมีรายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนั้น ยังได้ขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่พัฒนาแล้วเสร็จเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 2 โครงการ โดยโครงการหนึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้แล้วจำนวน 4.02 เมกะวัตต์ดีซี และอีกโครงการหนึ่งเป็นโครงการระหว่างการพัฒนาสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้จำนวน 12 เมกะวัตต์ดีซี ให้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนโยบายการเพิ่มมูลค่าให้สินทรัพย์เพื่อสร้างผลกำไร สำหรับเตรียมกระแสเงินสดเพื่อรองรับการลงทุนใหม่เกี่ยวกับพลังงานทดแทนในอนาคต จึงสนับสนุนให้ผลประกอบการในธุรกิจพลังงานทดแทนยังเติบโตได้ดีตามเป้าหมายที่วางไว้

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และการเร่งแก้ปัญหาให้กับธุรกิจที่กำลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างทันท่วงที สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารและคณะกรรมการที่ได้ร่วมกันกำหนดกลยุทธ์และปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน พร้อมมุ่งเสริมสร้างผลประกอบการของบริษัทฯ ให้ประสบความสำเร็จและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการมุ่งขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาวให้เติบโตอย่างมั่นคง ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ และการขยายฐานธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กว้างขวางกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมองหาช่องทางการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และบริษัทฯ มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นก้าวย่างแห่งการเติบโตที่สำคัญในอนาคต

โดยในปี 2562 นี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงโรงงานหลอมเหล็กทั้ง 2 แห่งของบริษัท เพื่อเป็นการลดต้นทุนในกระบวนการผลิตและเพิ่มศักยภาพในกระบวนการผลิตเพื่อรองรับการเจริญเติบโตตามกลยุทธ์ของบริษัท โดยภายหลังการปรับปรุงตามแผนงานดังกล่าว บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลงานให้กลับมาแข็งแกร่งและเป็นผู้ผลิตเหล็กแนวหน้าของประเทศไทย

ส่วนในธุรกิจพลังงานทดแทนในปี 2562 บริษัทมีโครงการอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อการจ่ายไฟได้ในปี 2562 ทำให้ยอดการจ่ายไฟมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีโครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่นอีกหลายโครงการ อีกทั้งบริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณาเข้าลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศอื่น ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจน ภายในปี 2562 นี้

ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าในนามคณะกรรมการ ขอขอบคุณผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจต่อสู้กับความท้าทายจนนำพาบริษัทฯ ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ มาได้ และขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดปีที่ผ่านมาจนทำให้สามารถดำเนินงานบรรลุวิสัยทัศน์เป้าหมาย นโยบาย ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย