สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น




ดร.ปรัชญา เปี่ยมสมบูรณ์
ประธานกรรมการ

ปี 2564 ภาคธุรกิจยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการ แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กระจายเป็นวงกว้างยิ่งขึ้น กลุ่มบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) ยังคงได้รับผลกระทบโดยตรง ต่อทั้งด้านธุรกิจเหล็กและด้านธุรกิจพลังงาน โดยธุรกิจเหล็กยังไม่ สามารถเดินสายการผลิตได้จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี จากการ ชะลอคำสั่งผลิตสินค้าตามสัญญาของลูกค้า ทำให้ในปีนี้กลุ่มธุรกิจ เหล็กยังต้องสูญเสียโอกาสในการทํากำไรตามแผนการดําเนินงานที่ วางไว้ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจพลังงาน การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้การขยายโครงการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

อย่างไรก็ตาม จากการร่วมแรงร่วมใจของคณะกรรมการ และ ฝ่ายบริหาร กำหนดยุทธศาสตร์และปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจในปี 2564 ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่แท้จริงด้วยการหันมาขยายธุรกิจพลังงาน ในประเทศมากยิ่งขึ้น โดยใช้จุดแข็งของกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี จากหลายประเทศ ให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น อีกทางหนึ่ง ทำให้ในปีนี้ กลุ่มบริษัทยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องและ ทำกำไรในเชิงกระแสเงินสดจากการดาเนินงาน ซึ่งสะท้อนจากกำไรขั้นต้นในปี 2564 ที่สูงขึ้นกว่าปี 2563 รวมถึง EBITDA ของกลุ่ม บริษัทที่เพิ่มขึ้นจากปี 2563 อย่างมีนัยสำคัญยังยึดมั่นวาง แนวทางให้กลุ่มบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) เจริญ เติบโตบนพื้นฐานของความสุจริต ธรรมาภิบาล และการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับปีที่ผ่านมา ในด้านธรรมาภิบาล บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลดีมาก จากสมาคมส่งเสริมสถาบัน กรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจการกำกับดูแล กิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2564 ทั้งยังได้รับการ คัดเลือกจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ให้ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการ มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารจัดการ และสานต่อนโยบายของคณะ กรรมการและผู้บริหาร ที่ต้องการผลักดันกลุ่มบริษัทให้เป็นองค์กร ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีการร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ และ เอกชน ร่วมพัฒนาชุมชนโดยรอบที่ตั้งของโรงงานการผลิตเหล็ก เพื่อให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่นอกเหนือจากการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี และดำเนินธุรกิจ บนพื้นฐานด้านความยั่งยืนแล้ว ยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนา ชุมชน การเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาและสภาพ เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย และยากลำบากจากสถานการณ์แพร่ ระบาดของเชื้อโควิด-19

โอกาสนี้ ข้าพเจ้าในนามคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน ทุกคน ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ที่ให้ความ ไว้วางใจ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา พวกเราขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจตามหลักกำกับดูแล กิจการที่ดี มีธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกกลุ่ม รวมถึงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะมุ่งมั่น ขยายธุรกิจ สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และมีการเจริญเติบโต อย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัท ส่งต่อความยั่งยืนให้กับสังคมไทย ต่อไป