คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ

คำอธิบายและวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน สำหรับปี 2562

สรุปบทวิเคราะห์ของผู้บริหาร

ในภาพรวมของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2562 สามารถวิเคราะห์แยกตามประเภทธุรกิจดังนี้

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ในปี 2562 เป็นปีที่บริษัทได้เริ่มขยายธุรกิจไปให้บริการรับจ้างผลิตเหล็ก (OEM) กับลูกค้ารายหนึ่งตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามบริษัทและผู้ว่าจ้างได้ดำเนินการปรับปรุง พัฒนากระบวนการผลิตของโรงงาน และพัฒนาเครื่องจักรเดิมและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานเฟสที่ 2 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562 ต่อมาบริษัทได้ทำการทดสอบสภาพเครื่องจักร และ กระบวนการผลิต ตลอดจนกระบวนการบำบัดสภาพสิ่งแวดล้อมซึ่งได้มีการปรับปรุงใหม่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งตามแผนการคาดว่าการทดสอบสภาพเครื่องจักรจะแล้วเสร็จได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และจะสามารถเดินเครื่องจักรเพื่อให้บริการรับจ้างผลิตเหล็กได้อย่างเต็มที่ในปลายไตรมาสที่ 1 ปี 2563

สถานการณ์ราคาขายเหล็ก (billets) ในประเทศไทยในปีปัจจุบัน ยังคงปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกยังคงถูกกดดันทำให้ราคาขายเหล็กในประเทศไทยยังไม่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้

ธุรกิจพลังงานทดแทน

ในปี 2562 กลุ่มบริษัทได้มีการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในระหว่างปีบริษัทประสบความสำเร็จในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอาโอโมริ ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้เพิ่มอีก 1 โครงการ โดยโครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งรวม 7.21 เมกะวัตต์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 67.12 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโครงการที่อยู่ในประเทศไทย 6.62 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นอีก 60.50 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งกลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 65.77 เมกะวัตต์ นอกจากนั้นกลุ่มบริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างปีบริษัทได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ และ อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศออสเตรเลีย

ในระหว่างปีบริษัทได้มีการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งสิ้น 5 โครงการซึ่งมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งรวม 5.86 เมกะวัตต์ ซึ่งการขายโครงการไฟฟ้าดังกล่าวเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการสร้างรายได้และผลประโยชน์สูงสุดให้แก่กลุ่มบริษัท

รายได้จากการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2562 สูงกว่าปี 2561 อันเนื่องมาจากปริมาณความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สูงกว่าปี 2561 บริษัท

ในระหว่างปีบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ให้บริการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ให้แก่ ลูกค้าในประเทศหลายโครงการ และได้ติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วเสร็จจึงทำให้มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น

ธุรกิจขนส่ง

เนื่องจากธุรกิจขนส่งที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการส่งสินค้าให้แก่บริษัทที่ประกอบกิจการธุรกิจเหล็ก สืบเนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่กดดันทำให้ราคาเหล็กในประเทศไทยไม่สามารถแข่งขัน ประกอบกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหล็กนั้นได้ชะลอการผลิตและเริ่มให้บริการรับจ้างผลิตแก่ลูกค้า อีกทั้งยังมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและพัฒนาเครื่องจักรเดิมและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในโรงงานเฟส ทำให้ปริมาณการขนส่งเหล็กเพื่อสนับสนุนธุรกิจเหล็กนั้นลดลงในปีปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทย่อยได้นำรถขนส่งไปให้บริการแก่ลูกค้ารายใหม่ๆ เช่น ธุรกิจปูนซีเมนต์ ธุรกิจปุ๋ยเคมีภัณฑ์ อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อธุรกิจในการสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติม

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานรวม

การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานเปรียบเทียบสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และ 2561 สรุปได้ดังนี้

ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
รายได้จากการขายและบริการ – ธุรกิจเหล็ก 572.08 3,077.84 (2,505.76) (81.41%)
รายได้จากการบริการ – ธุรกิจขนส่ง 8.62 4.30 4.32 100.47%
รายได้จากการขายและบริการ – ธุรกิจพลังงานทดแทน 753.29 981.84 (228.55) (23.28%)
กำไรจากการขายโครงการโรงไฟฟ้า – ธุรกิจพลังงานทดแทน 97.71 214.51 (116.80) (54.45%)
รายได้ดอกเบี้ย 7.05 8.25 (1.20) (14.55%)
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 90.28 - 90.28 100%
รายได้อื่น 25.16 23.00 2.16 9.39%
รวมรายได้ 1,554.19 4,309.74 (2,755.55) (63.94)%
ต้นทุนขายและบริการ – ธุรกิจเหล็ก 581.53 3,093.45 (2,511.92) (81.20%)
ต้นทุนบริการ – ธุรกิจขนส่ง 16.37 27.53 (11.16) (40.54%)
ต้นทุนขายและบริการ – ธุรกิจพลังงานทดแทน 495.47 583.48 (88.01) (15.08%)
รวมต้นทุนขาย 1,093.36 3,704.46 (2,611.10) (70.49%)
กำไรขั้นต้น 460.83 605.28 (144.45) (23.86%)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร – ธุรกิจเหล็ก 114.18 109.37 4.81 4.40%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร – ธุรกิจขนส่ง 5.91 3.20 2.71 84.60%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร – ธุรกิจพลังงานทดแทน 106.95 146.85 (39.90) (27.17%)
ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน - 20.28 (20.28) (100%)
ต้นทุนทางการเงิน – ธุรกิจเหล็ก 130.48 129.25 1.23 0.95%
ต้นทุนทางการเงิน – ธุรกิจขนส่ง 0.74 1.03 (0.29) (28.25%)
ต้นทุนทางการเงิน – ธุรกิจพลังงานทดแทน 288.83 284.12 4.71 1.66%
รวมค่าใช้จ่าย 647.09 694.10 (47.01) (6.77%)
กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน (186.26) (88.82) (97.44) 109.71%
ภาษีเงินได้ (10.13) (19.02) 8.89 46.74%
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ – ธุรกิจเหล็ก (249.79) (224.69) (25.10) 11.17%
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ – ธุรกิจขนส่ง (14.78) (27.88) 13.10 (46.99%)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ – ธุรกิจพลังงานทดแทน 68.18 144.73 (76.55) (52.89%)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (196.39) (107.84) (88.55) (82.11%)
- ส่วนของบริษัทใหญ่ (198.26) (122.15) (76.11) 62.31%
- ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 1.87 14.31 (12.44) (86.93%)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (0.25) (0.15) (0.10) 66.67%

รายได้จากการขายและให้บริการ

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

รายได้จากการขายและให้บริการสำหรับปี 2562 มียอดรวม 572.08 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 2,505.76 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 81.41 ซึ่งสามารถวิเคราะห์รายการได้ดังนี้

รายได้ – ธุรกิจเหล็ก 2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
รายได้จากการขาย 476.67 3,077.84 (2,601.17) (84.51%)
รายได้จากการให้บริการ 95.41 - 95.41 100%
รวม 572.08 3,077.84 (2,505.76) (81.41%)

รายได้การจำหน่ายเหล็กมีจำนวน 476.67 ล้านบาทซึ่งลดลง 2,601.17 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 84.51 จากปีที่ผ่านมาการขายที่ลดลงนั้นเนื่องจากบริษัทหยุดกระบวนการผลิตสำหรับโรงงานเฟส 1 และ 2 ในระหว่างปีปัจจุบัน เพื่อเตรียมพื้นที่และรองรับการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM)

บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ OEM ในงวดปัจจุบันรวม 95.41 ล้านบาท ซึ่งเป็นการให้บริการรับจ้างผลิตและให้บริการในระหว่างช่วงครึ่งปีแรก บริษัทไม่ได้รับคำสั่งการผลิตในครึ่งปีหลัง เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรในโรงงานเฟสที่ 2 จนสามารถเริ่มกระบวนการทดสอบสภาพเครื่องจักรและกระบวนการผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2562 และคาดว่าจะทดสอบสภาพเครื่องจักรแล้วเสร็จจนสามารถเริ่มให้บริการ OEM ในปลายไตรมาสที่ 1 ปี 2563

ธุรกิจขนส่ง

รายได้จากการให้บริการขนส่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.32 ล้านบาททั้งนี้เนื่องจากบริษัทย่อยได้หาลูกค้ารายใหม่ๆ เพื่อให้บริการในการขนส่ง ในช่วงระหว่างที่บริษัทแม่อยู่ระหว่างการปรับปรุงโรงงานการผลิต

ธุรกิจพลังงานทดแทน

รายได้รวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 753.29 ล้านบาท ลดลง 228.55 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 23.28 เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้รวมประกอบด้วย :

รายได้ – ธุรกิจพลังงาน 2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
รายได้จากการขาย 746.57 980.07 (233.50) (23.82%)
- ขายไฟฟ้า 746.57 702.28 44.29 6.31%
- ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้า - 277.79 (277.79) (100%)
รายได้จากการให้บริการ 6.72 1.77 4.95 279.66%
รวม 753.29 981.84 (228.55) (23.28%)

รายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในปัจจุปันมีจำนวน 746.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 44.29 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่จำนวน 1 โครงการในปี 2562 และ 4 โครงการในปี 2561 ที่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ ตามรายละเอียดดังนี้

  • โครงการอาโอโมริ – เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 โดยโครงการนี้มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งอยู่ที่ 7.21 เมกะวัตต์ ดังนั้นบริษัทจึงสามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็ม 3เดือนในช่วงเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2562
  • โครงการ IWAKI – เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่เดือน เมษายน 2561 โดยโครงการนี้มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งอยู่ที่ 26.68 เมกะวัตต์ ดังนั้นบริษัทจึงสามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าได้เต็ม 12 เดือนในปีปัจจุบัน
  • โครงการ ฟูกุย 1,5,6 – ซึ่งจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิช์ได้ทั้งหมดในเดือนตุลาคม 2561 โดยทั้ง 3 โครงการมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าติดตั้งรวม 4.84 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทได้ขายโครงการโรงไฟฟ้าทั้ง 3โครงการดังกล่าวในปลายไตรมาสที่ 1 ปีปัจจุบันแล้ว

กลุ่มบริษัทไม่มีรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับโรงไฟฟ้าในปีปัจจุบัน

นอกจากนี้กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดก่อน จำนวน 4.95 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มบริษัทสามารถเพิ่มการให้บริการติดตั้งระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นในปีปัจจุบัน

กำไรจากการขายโครงการโรงไฟฟ้า

ธุรกิจพลังงานทดแทน

กลุ่มบริษัทมีกำไรจากการขายโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นตามแผนธุรกิจในระหว่างงวดเป็นจำนวน 97.71 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการจำหน่ายโรงไฟฟ้าทั้งหมด 5 โครงการรวมกำลังการผลิตติดตั้ง 5.85 เมกะวัตต์ โดย 4 โครงการจำหน่ายในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 และอีก 1 โครงการจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ปีปัจจุบัน ในขณะที่กลุ่มบริษัทได้จำหน่ายโครงการไฟฟ้าจำนวน 2โครงการในปี 2561 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 4.02 เมกะวัตต์ และ 12 เมกะวัตต์ ตามลำดับ โดยมีกำไรจากการจำหน่ายทั้งสิ้น 214.51 ล้านบาท

กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

กลุ่มบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในระหว่างปีปัจจุบันรวม 90.28 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 110.56 ล้านบาท ทั้งนี้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่เกิดจากการแปลงค่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินของธุรกิจพลังงานทดแทน

ต้นทุนขายและให้บริการ

ต้นทุนขายและบริการของกลุ่มบริษัทประจำปี 2562 มียอดรวมทั้งสิ้น 1,093.36 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาเป็นจำนวน 2,611.10 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 70.49 การลดลงดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ต้นทุนขายและต้นทุนบริการของธุรกิจเหล็กในงวดปัจจุบันจำนวน 581.53 ล้านบาทซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมาเป็นจำนวน 2,511.92 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 81.2 ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณการขายเหล็กของบริษัทเมื่อเทียบกับปีก่อนน้อยลง อันเป็นสาเหตุจากราคาตลาดของเหล็กในประเทศไทยไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ อีกทั้งบริษัทได้หยุดกระบวนการผลิตสำหรับโรงงานเฟส 1 และ 2 ในระหว่างปีปัจจุบัน เพื่อเตรียมพื้นที่และรองรับการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) บริษัทได้เริ่มทดสอบสภาพเครื่องจักรจากการปรับปรุง พัฒนาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 บริษัทคาดว่าการทดสอบดังกล่าวจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2563

ธุรกิจพลังงานทดแทน

ต้นทุนขายและบริการของธุรกิจพลังงานทดแทนลดงจากปีที่ผ่านมา 88.01 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 15.06 ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

รายได้ – ธุรกิจพลังงาน 2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
ต้นทุนขาย 491.36 580.23 (88.87) (15.32%)
- ขายไฟฟ้า 491.36 423.10 68.26 16.13%
- ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้า - 157.13 (157.13) (100%)
ต้นทุนการให้บริการ 4.11 3.25 0.86 26.46%
รวม 495.47 583.48 (88.01) (15.08%)

ต้นทุนการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากจำนวนโครงการและกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าในปีปัจจุบันมากกว่าปีที่ผ่านมา เช่น โครงการอาโอโมริ ซึ่งก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 โครงการอิวากิ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในระหว่าง ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 ดังนั้น จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายต้นทุนโครงการในปีปัจจุบันเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ต้นทุนการขายอุปกรณ์ลดลงจากปีที่ผ่านมา 157.13 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมิได้มีการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าในงวดปัจจุบัน

ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากบริษัทย่อยแห่งหนึ่งให้บริการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นในระหว่างปี

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของกลุ่มบริษัทในปีปัจจุบันมีทั้งสิ้น 227.04 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนสุทธิ 32.38 ล้านบาท ซึ่งสามารถวิเคราะห์แยกตามแต่ละประเภทธุรกิจที่สำคัญได้ดังนี้

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ในปีปัจจุบันธุรกิจเหล็กมีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมทั้งสิ้น 114.18 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินการปรับโครงสร้างพนักงานและเตรียมการผลิต OEM ที่สำคัญดังนี้

  • บริษัทได้ทำการปรับโครงสร้างพนักงานลดลง จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายชดเชยให้แก่พนักงานเป็นจำนวนเงิน 19.65 ล้านบาท
  • บริษัทได้ตั้งสำรองผลประโยชน์ตอบแทนพนักงานเมื่อเกษียณอายุเพิ่มในระหว่างงวด 1.4 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปลี่ยนกฎหมายแรงงาน
  • บริษัทได้หยุดกระบวนการผลิตของโรงงานเฟสที่ 1 และ 2 เป็นการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและสถานที่ผลิตสินค้าใหม่เพื่อรองรับธุรกิจการให้บริการรับจ้างเป็นผู้ผลิต ดังนั้นจึงมีค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อีกเป็น จำนวน 36.97 ล้านบาท ซึ่งแสดงอยู่ในค่าใช้จ่ายในการบริหาร

ธุรกิจพลังงานทดแทน

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในธุรกิจพลังงานทดแทนลดลงจากปีที่ผ่านมารวม 39.90 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 27.17 ทั้งนี้เนื่องจากการบริหารค่าใช้จ่ายของฝ่ายบริหารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารได้มากยิ่งขึ้นเช่น ค่าที่ปรึกษาวิชาชีพต่างๆ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน เป็นต้น

ต้นทุนทางการเงิน

ต้นทุนทางการเงินของกลุ่มบริษัทในงวดปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 420.05 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อนมีจำนวน 414.40 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 5.65 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 1.36 ในระหว่างปีบริษัทกู้เงินเพิ่มจากโครงการใหม่ที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ คือ โครงการอาโอโมริ

งบแสดงฐานะการเงินรวม

สินทรัพย์

งบแสดงฐานะการเงิน งบการเงินรวม
2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
สินทรัพย์
สินทรัพย์หมุนเวียน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 107.24 1,140.76 (1,033.52) (90.60%)
เงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดในการเบิกใช้ 272.19 288.07 (15.88) (5.51%)
ส่วนของเงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกันที่ถึงกำหนดไถ่ถอนภายในหนึ่งปี 570.32 627.92 (57.60) (9.17%)
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 501.25 518.25 (17.00) (3.28%)
สินค้าคงเหลือ 409.79 765.98 (356.19) (46.50%)
ลูกหนี้กรมสรรพากร 191.08 298.99 (107.91) (36.09%)
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 67.00 44.62 22.38 50.16%
  2,118.88 3,684.59 (1,565.71) (42.49%)
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย - 46.77 (46.77) (100.00%)
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 2,118.88 3,731.37 (1,612.49) (43.21%)
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
เงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปี 286.10 715.97 (429.87) (60.04%)
อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 22.15 22.89 (0.74) (3.23%)
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 6,271.31 7,029.46 (758.15) (10.79%)
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 1,483.75 1,591.33 (107.58) (6.76%)
สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 8.59 7.25 1.34 18.48%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 90.23 106.19 (15.96) (15.03%)
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 8,162.12 9,473.10 (1,310.98) (13.84%)
รวมสินทรัพย์ 10,281.00 13,204.47 (2,923.47) (22.14%)

สินทรัพย์รวม

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 10,281.00 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา จำนวน 2,923.46 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 22.14 โดยสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีสินทรัพย์รวม 13,204.47 ล้านบาท การลดลงสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

สินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ลดลงจากปีที่ผ่านมารวม 1,612.49 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 43.21 การลดลงที่สำคัญเกิดจาก

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดในการเบิกใช้ ส่วนของเงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน

ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1,107.00 ล้านบาทเนื่องจากกลุ่มบริษัทได้นำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น และ เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและบุคคลอื่นในระหว่างปี

สินค้าคงเหลือ

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ยอดสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ลดลงสุทธิเป็นจำนวน 356.19 ล้านบาท เนื่องจากมีการขายสินค้าให้แก่ลูกค้าในระหว่างปี และบริษัทกลับรายการค่าเผื่อมูลค่าราคาสินค้าเป็นจำนวน 24.90 ล้านบาท

ลูกหนี้กรมสรรพากร

ลูกหนี้กรมสรรพากรลดลงเป็นจำนวน 107.91 ล้านบาท เนื่องมาจากกรมสรรพากรได้คืนภาษีบริโภคให้แก่ธุรกิจโรงไฟฟ้าในระหว่างปีเป็นจำนวนเงินรวม 78 ล้านบาท

การลดลงของลูกหนี้กรมสรรพากรที่เหลือเกิดจากการภาษีซื้อที่บริษัทได้ชำระไว้เกิน

สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 22.38 ล้านบาท จากยอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 การเพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้

  • กลุ่มบริษัทพลังงานได้จ่ายชำระค่าที่ปรึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคต 10 ล้านบาท
  • กลุ่มธุรกิจพลังงานได้จ่ายชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลล่วงหน้า ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายเพิ่มจากปีที่แล้ว 5 ล้านบาท
  • กลุ่มธุรกิจพลังงานได้ชำระค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าสำหรับประกันภัยโครงการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3 ล้านบาท

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย

บริษัทได้ขายโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่นแล้วเสร็จในปีปัจจุบัน

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวน 8,162.12 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1,310.98 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.84 การลดลงที่สำคัญเกิดจาก

เงินฝากสถาบันการเงินที่ติดภาระค้ำประกัน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เงินฝากสถาบันการเงินที่ติดภาระค้ำประกันลดลง 429.87 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 โครงการในระหว่างปีปัจจุบันตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท และบริษัทได้นำเงินที่ได้รับจากการขายโครงการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมธนาคารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้ง 5 โครงการดังกล่าวทั้งจำนวน

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ดินอาคารและอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน มียอดคงเหลือลดลงจากปีที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 865.73 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ลงทุนเพิ่มสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นและปรับปรุงโรงงานเพื่อรองรับการให้บริการผลิตของธุรกิจเหล็ก OEM จำนวนรวม 361.68 ล้านบาท
  • ขายโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 5 แห่งตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท ยอดลดลงสุทธิ 423.97 ล้านบาท
  • ลดลงจากค่าเสื่อมราคา 393.48 ล้านบาท และ มีผลกระทบจากการแปลงค่างบการเงิน 409.98 ล้านบาท

หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

งบแสดงฐานะการเงิน งบการเงินรวม
2562 2561 เปลี่ยนแปลง
ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท %
หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
หนี้สินหมุนเวียน
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 190.58 917.67 (727.09) (79.23%)
เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 219.49 1,478.91 (1,259.42) (85.16%)
เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 327.31 250.47 76.84 30.68%
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 2,166.53 3,336.41 (1,169.88) (35.06%)
ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 5.38 10.48 (5.10) (48.66%)
เจ้าหนี้กรมสรรพากร 58.31 67.11 (8.80) (13.11%)
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 5.68 36.91 (31.23) (84.61%)
รวมหนี้สินหมุนเวียน 2,973.29 6,097.97 (3,124.68) (51.24%)
หนี้สินไม่หมุนเวียน
เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 6,087.72 5,604.74 482.98 8.62%
สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงาน 14.10 11.65 2.45 21.03%
ประมาณการหนี้สินสำหรับต้นทุนในการรื้อถอนสถานที่เช่า 7.16 5.29 1.87 35.35%
หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 30.90 32.19 (1.29) (4.01%)
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 19.74 4.04 15.70 388.61%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 6,159.61 5,657.92 501.69 8.87%
รวมหนี้สิน 9,132.91 11,755.89 (2,622.98) (22.31%)
ส่วนของผู้ถือหุ้น
ทุนเรือนหุ้น        
ทุนออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้ว        
หุ้นสามัญ 800,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท 800.00 800.00 - -
ส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ 380.85 380.85 - -
ส่วนต่ำกว่าทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย (5.52) (5.52) - -
กำไร (ขาดทุน) สะสม        
จัดสรรแล้ว - สำรองตามกฎหมาย 15.40 15.40 - -
ยังไม่ได้จัดสรร (31.58) 165.48 (197.06) (119.08%)
องค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้น (123.35) (31.37) (91.98) 293.21%
ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 1,035.79 1,324.84 (289.05) (21.82%)
ส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย 112.30 123.74 (11.44) (9.25%)
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 1,148.10 1,448.58 (300.48) (20.74%)
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 10,281.00 13,204.47 (2,923.47) (22.14%)

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และ 2561 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินรวม 9,132.91 ล้านบาท และ 11,755.89 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งลดลงเป็นจำนวน 2,622.98 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ของการลดลงสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

หนี้สินหมุนเวียน

เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินในปีปัจจุบันลดลงจากปีที่ผ่านมาทั้งสิ้น 727.09 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากธุรกิจเหล็ก และ ธุรกิจพลังงานได้จ่ายชำระคืนวงเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินรวมทั้งสิ้น 280.53 ล้านบาทและ 446.56 ล้านบาทตามลำดับ

เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

บริษัทได้จ่ายชำระคืนหุ้นกู้ระยะสั้นที่ถึงกำหนดชำระไปในระหว่างปีทั้งหมด 1,483 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทได้ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ซึ่งมีอายุมากกว่า 12 เดือนจำนวน 1,140 ล้านบาท รายงานอยู่ภายใต้เงินกู้ยืมระยะยาว

ธุรกิจพลังงาน

ในระหว่างปีกลุ่มบริษัทได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินและตั๋วแลกเงินจากบุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกันสุทธิ 219.49 ล้านบาท

เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น

เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวน 76.84 ล้านบาท

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ได้รับเงินล่วงหน้าค่าสินค้า ที่ยังมิได้ส่งมอบจากลูกค้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาสุทธิ 132.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากธุรกิจเหล็กได้หยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อเตรียมพื้นที่และทำการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการบริการ OEM ดังนั้นจึงทำให้เจ้าหนี้การค้า และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับการผลิตลดน้อยลงรวมสุทธิ 45.3 ล้านบาท

ธุรกิจพลังงาน

เจ้าหนี้การค้าลดลงสุทธิ 37 ล้านบาท เนื่องมาจากในปีที่ผ่านมามีเจ้าหนี้การค้าจากการซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้า ที่ค้างชำระ แต่ในงวดปัจจุบันไม่มีการขายอุปกรณ์ดังกล่าวจึงทำให้ไม่มียอดค้างชำระ

ในปีปัจจุบันบริษัทมีเจ้าหนี้ค่าซื้อสินทรัพย์ถาวรซึ่งเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 15 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท

หนี้สินหมุนเวียนอื่น

ธุรกิจพลังงาน

ยอดหนี้สินหมุนเวียนอื่นในปีปัจจุบันลดลงจากปีที่ผ่านมาจำนวน 31.23 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทได้รับเงินมัดจำค่าซื้อโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นจำนวน 70 ล้านเยน (เทียบเท่า 21 ล้านบาท) ในปี 2561 และบริษัทได้ทำการขายโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จในปี 2562

นอกจากนั้นในปี 2561 บริษัทได้มีการบันทึกรายการภาษีขายที่ยังไม่ถึงกำหนดสำหรับการขายโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 4 โครงการ (Gifu และ Nihonmatsu 1, 2, 3 และ 4)

หนี้สินไม่หมุนเวียน

เงินกู้ยืมระยะยาว

เงินกู้ยืมระยะยาวลดลงสุทธิ 686.9 ล้านบาท ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

บริษัทได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวที่มีกำหนดชำระในปี 2564 รวมทั้งสิ้น 1,140 ล้านบาทและได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ระยะยาวในระหว่างปีรวม 909.5 ล้านบาท สุทธิเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่ม 220.13 ล้านบาท

ธุรกิจพลังงาน

ในระหว่างปีบริษัทได้จ่ายชำระคืนเงินกู้ให้แก่สถาบันการเงินสุทธิ 459.85 ล้านบาท และมีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการแปลงค่างบการเงินรวม 447.19 ล้านบาท

หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว

ในระหว่างปีบริษัทได้รับเงินมัดจำค่าเข้าทำสัญญาว่าจ้างการผลิต OEM จากผู้ว่าจ้างเป็นจำนวน 500,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือ เทียบเท่า 16.24 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,148.10 ล้านบาท และ 1,448.58 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งลดลงเป็นจำนวนสุทธิ 300.48 ล้านบาท ซึ่งการลดลงสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้

  • ส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย ลดลง 11.44 ล้านบาท
  • ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นในระหว่างปี 197.06 ล้านบาท และผลต่างจากการแปลงค่างบการเงินที่เป็นเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น 91.88 ล้านบาท

งบกระแสเงินสดรวมสำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

ในต้นปีปัจจุบันบริษัทได้แสดงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเป็นจำนวน 1,140.76 ล้านบาท โดยมียอดกระแสเงินสดลดลงสุทธิจากทุกกิจกรรมจำนวน 1,033.52 ล้านบาทเป็นผลสุทธิจากกระแสเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมจัดหาเงิน ทำให้บริษัทแสดงรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันสิ้นงวดเท่ากับ 107.24 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

  • กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 360.33 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน

  • กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมลงทุนจำนวน 811.94 ล้านบาท เนื่องจากการไถ่ถอนเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกัน การขายโครงการไฟฟ้าจำนวน 5 แห่ง เพื่อเอาไปชำระหนี้เงินกู้ยืมธนาคาร และมีการจ่ายชำระเงินเพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้า

กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน

  • กลุ่มบริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,221.94 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมธนาคาร หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน และ หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินในระหว่างปี

ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

บริษัทโดยคณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีโดยคำนึงถึงความอิสระ ความเหมาะสม การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และการไม่มีความสัมพันธ์หรือมีส่วนได้เสียหรือรายการที่อาจก่อนให้เกิดมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท บริษัทย่อย ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบยังได้พิจารณากำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชีในแต่ละปีให้มีความเหมาะสมกับขอบเขตของการสอบบัญชี โดยคณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติเหมะสม พร้อมทั้ง จำนวนเงินค่าสอบบัญชี ให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณานำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชีในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

  • ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
  • บริษัทจ่ายค่าสอบบัญชี ให้แก่ สำนักงานอีวาย ผู้สอบบัญชีของบริษัทในรอบปีบัญชี 2562 เป็นเงินจำนวน 1,680,000 บาท

  • ค่าบริการอื่นๆ
  • บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีการใช้บริการอื่นๆ